logo black

Bangkok Production Company is a full-service video production company based in Bangkok.

We produce viral video, viral web content, social media videos, TV Commercial, Internet films, corporate videos and many other forms of video content.

Our team can also be booked for your corporate events and interviews, in and outside of Bangkok.

We can create Marketing strategies to distribute your video content. Be that through influencers, video ad networks, community pages our Out Of Home Media throughout Thailand. No need to involve another marketing agency, we can do everything in one-go.

In. Fb. Tw.

Video Production & TV Commercial Production in Bangkok

/ Video Production Blog / สร้างแบรนด์อย่างยั่งยืนด้วยคอนเทนต์แบบ Ecosystem

สร้างแบรนด์อย่างยั่งยืนด้วยคอนเทนต์แบบ Ecosystem

Ecosystem 

การทำการตลาดในช่วงหลายปีที่ผ่านมา หลายธุรกิจหลายแบรนด์มักจะเอาตัวเองไปผูกติดและให้ความสำคัญอยู่กับ Facebook Page เสียเป็นส่วนใหญ่ ทั้งยังมีหลายแบรนด์ด้วยซ้ำที่ใช้ช่องทางการสื่อสารเป็น Facebook Page แค่เพียงช่องทางเดียว พอมาในปีนี้ที่ทาง Facebook ได้ทำการปรับลด Reach เคลียร์หน้าฟีดของผู้ใช้ให้เหลืออยู่แต่เรื่องราวของเพื่อนๆ เป็นหลัก แล้วก็ผลักให้หลายๆ เพจตกกระป๋องไปตามๆ กัน เชื่อว่าหลายคนก็ย่อมต้องหาหนทางใหม่ๆ เพื่อปรับตัวให้อยู่รอดกันไป

คอนเทนต์แบบ Ecosystem คือหนึ่งในวิธีการที่จะช่วยลดผลกระทบจากการปรับ Reach ดังกล่าว ด้วยการพึ่งพาแพลตฟอร์ตที่หลากหลายมากขึ้นในการนำมาใช้เป็นช่องทางทำการตลาด นั่นก็คือการที่คุณควรจะมีทั้ง Facebook Page, Instagram, Youtube Chanel, Twitter, Website โดยไม่ปล่อยให้แพลตฟอร์มอย่างใดอย่างหนึ่งมีอิทธิพลมากจนเกินไป หรือก็คือการกระจายความเสี่ยงออกไปนั่นเอง ซึ่งจะช่วยให้คุณสามารถรับมือกับปัญหาดังกล่าวนี้ได้อย่างยั่งยืน โดยก่อนที่จะไปลุยกับแพลตฟอร์มต่างๆ เรามาดูกันถึงแนวคิดเกี่ยวกับพฤติกรรมการเสพเนื้อหาคอนเทนต์ของผู้บริโภค และวิธีการสื่อสารกับพวกเขาเหล่านั้นกันก่อน เพื่อทำความเข้าใจและสามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

1.แนวทางในการเผยแพร่คอนเทนต์ : วิ่งเข้าหา VS เตรียมตั้งรับ


แนวคิดในการวิ่งเข้าหานั้น ก็คือ การส่งคอนเทนต์ของเราให้เข้าไปอยู่ในสายตาของกลุ่มเป้าหมาย อย่างเช่น หลักของการโฆษณาอย่างที่เราเห็นกันอยู่บ่อยๆ ไม่ว่าจะเป็นในทีวี ในยูทูป ป้ายโฆษณาต่างๆ หรือแม้กระทั่งตอนดูหนังในโรง ลักษณะของการวิ่งเข้าหาแบบนี้นั้นเท่ากับว่า จริงๆ แล้วตอนแรกเลย คนจะยังไม่ได้สนใจอะไรในตัวแบรนด์ แต่เบรนด์เลือกที่จะนำเสนอตัวเองด้วยคอนเทนต์ที่น่าสนใจ แทรกเข้าไปในความรับรู้ของคน เพื่อทำให้พวกเขาหันมาสนใจ
เมื่อนำมาเทียบกับแนวคิดของการเตรียมตั้งรับ ซึ่งจะเป็นการตอบสนองกับคนที่ให้ความสนใจในตัวแบรนด์อยู่แล้ว ด้วยการสร้างคอนเทนต์ที่ให้ข้อมูลเพิ่มเติมเวลาที่มีคนสนใจอะไรบางอย่าง แล้วเราก็หาคำตอบตั้งเอาไว้ เช่น เวลาที่เราเสิร์ชหาข้อมูลต่างๆ จาก Google แล้วเราก็เจอผลลัพธ์มากมายรออยู่เต็มไปหมด นั่นแหละคือคอนเทนต์แบบเตรียมตั้งรับ

2.พฤติกรรมการเสพของผู้บริโภค : ดูไปเรื่อยๆ VS ค้นหาแบบเจาะจง


มาดูในมุมของผู้บริโภคกันบ้าง ที่ถูกแบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม โดยในตัวคนๆ เดียวก็อาจมีพฤติกรรมทั้งสองแบบได้ ขึ้นอยู่กับช่วงเวลาหรือความต้องการในขณะนั้น สำหรับลักษณะของการดูไปเรื่อยๆ ก็อย่างเช่น เวลาตื่นเช้ามาหลายคนก็มักจะเปิดเฟซบุ้กก่อนเป็นอันดับแรก แล้วเลื่อนดูหน้าฟีดไปเรื่อยๆ ไม่ได้สนใจอะไรเป็นพิเศษ แล้วถ้าดันไปเจออะไรที่น่าสนใจก็ค่อยกดเข้าไปดูนั่นเอง
ส่วนการค้นหาแบบเจาะจง ก็จะตรงข้ามกัน อย่างเช่น เวลาที่เราต้องการหาข้อมูลเปรียบเทียบสินค้าหลายๆ ยี่ห้อ เราก็จะเสิร์ชข้อมูลต่างๆ อย่างเจาะจง และไม่สนใจสิ่งที่ไม่เกี่ยวกับความต้องการของเรา

3.ที่มาของ Traffic : เสียเงิน VS ไม่เสียเงิน


สองแนวทางง่ายๆ ที่สามารถเอามาชี้วัดความแข็งแกร่งของยอดการเข้าถึงแบรนด์ได้ดีทีเดียว ลองนึกดูว่าถ้ายอด Traffic ที่คุณมีอยู่เป็นจำนวนมากนั้น คุณได้มันมาจากการจ่ายเงินซะส่วนใหญ่ มันก็ย่อมมีความเป็นไปได้ว่าเวลาที่คุณหยุดจ่าย ยอดผู้เข้าชมอาจจะไม่ได้สูงเท่าเดิม หรือว่าจริงๆ แล้วแบรนด์ของคุณไม่ได้มีอะไรที่จะดึงดูดให้ผู้บริโภควิ่งเข้ามาหาเองได้เลย?

4.สื่อที่เลือกใช้ : ต้องเสียเงินใช้ vs รูปแบบผสม vs สื่อของตัวเอง 100%


ในแง่ของสื่อที่คุณเลือกใช้งานอยู่ คุณได้เป็นเจ้าของมันอย่างสมบูรณ์หรือไม่ อย่างเช่น เว็บไซต์ของตัวเอง หรือว่าเช่าเค้าอยู่ เช่น เฟซบุ้กเพจ, อินสตาแกรม หรือรูปแบบสุดท้ายคือการจ่ายเงินเพื่อใช้ เช่น รายการทีวี เป็นต้น
ซึ่งรูปแบบของการใช้สื่อในข้อนี้ มีความเกี่ยวเนื่องกันโดยตรงเลยกับกรณีที่ได้เกริ่นนำมาแล้ว นั่นคือ ถ้าคุณไม่ได้มีช่องทางการสื่อสารที่หลากหลาย แถมยังไม่ได้เป็นเจ้าของแพลตฟอร์มนั้นๆ อย่างเต็มตัวอีก ความเสี่ยงทีคุณอาจได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงนโยบายบางอย่างโดยเจ้าของแพลตฟอร์มตัวจริง ก็จะยิ่งสูงมากขึ้น แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าคุณจะไม่ต้องใช้แพลตฟอร์มเหล่านั้นเลย เพราะอาจเป็นการทิ้งการเข้าถึงของคนจำนวนมากที่อาจเข้าถึงแบรนด์ของคุณผ่านช่องทางดังกล่าว ดังนั้น การเลือกใช้สื่อหลายๆ ช่องทางควบคู่กันไป จึงเป็นทางเลือกที่ดีและช่วยบริหารความเสี่ยงได้อย่างยั่งยืน