Bangkok Production Company is a full-service video production company based in Bangkok.
We produce viral video, viral web content, social media videos, TV Commercial, Internet films, corporate videos and many other forms of video content.

Our team can also be booked for your corporate events and interviews, in and outside of Bangkok.

We can create Marketing strategies to distribute your video content. Be that through influencers, video ad networks, community pages our Out Of Home Media throughout Thailand. No need to involve another marketing agency, we can do everything in one-go.

Video Production Blog

สำหรับใครที่ชอบเล่น Instagram เป็นชีวิตจิตใจ คงหนีไม่พ้นการอัปรูปภาพสวยๆและวิดีโอสุดชิค ให้คนมาติดตามเราเยอะๆ ให้คนภายนอกได้เข้ามารู้จักตัวตนของเราได้ดียิ่งขึ้น ให้คนได้ติดตามไลฟ์สไตล์ หรืออะไรก็ตามที่เราต้องการแบ่งปัน สำหรับครั้งนี้ เรามีฟีเจอร์ใหม่ใน Instagram มาแนะนำ เป็นฟีเจอร์ที่เรียกได้ว่ากำลังมาแรง และเป็นฟีเจอร์ล่าสุดของ Instagram นั่นก็คือ “IGTV” ซึ่งจะมีลักษณะเป็นไอคอนสี่เหลี่ยมๆอยู่ด้านมุมขวาบน คุณสมบัติง่ายๆ ของฟีเจอร์นี้ก็คือ “การสร้างช่องทีวีเป็นของตัวเอง” โดย IGTV มีฟีเจอร์ด้านในอยู่ด้วยกันถึง 13 ฟีเจอร์เลยทีเดียว โดยฟีเจอร์ด้านในนั้นจะมีอะไรบ้าง? 1.สร้างช่องวิดีโอของตัวเอง อยากมีช่องเป็นของตัวเองกันแล้วใช่ไหม วิธีการง่ายๆ เพียงกดปุ่มสี่เหลี่ยมมุมบนขวามือก็สามารถสร้างช่องรายการที่เปรียบเสมือนชาแนลใน YouTubeได้เลย 2.ตั้งชื่อวีดีโอ เพื่อให้ค้นหาและเข้าถึงได้ง่ายมากกว่าเดิม เพราะเดิมทีแล้ววีดีโอที่อัปโหลดบน Instagram นั้นสามารถเพิ่มคำบรรยายได้เท่านั้น ทำให้ไม่สะดวกต่อการค้นหาคลิปวิดีโอ 3.แสดงวีดีโอแนวตั้ง ฟีเจอร์นี้มีข้อจำกัดตรงที่ต้องถ่ายวิดีโอเป็นแนวตั้ง ในสัดส่วน 9:16 เพราะคนส่วนใหญ่มักเล่น Instagram ผ่านทางมือถือมากกว่าข้อจำกัดของฟีเจอร์นี้จึงไม่น่าจะมีปัญหามากนัก 4.คอมเมนต์ และกดเลิฟ การที่เราอัปโหลดอะไรลงไปบน Social ก็เพื่อที่อยากรู้การตอบรับของคนรู้จักหรือคนที่เล่น Social เหมือนกันเพื่อเป็นการสื่อสารต่อกันในแพลทฟอร์มนี้ ฉะนั้นแล้วฟีเจอร์นี้จึงถือว่าเป็นฟีเจอร์สำคัญที่ขาดไม่ได้เลย 5.ค้นหาช่องที่อยากดู การที่เราอยากดูช่องวีดีโอของใครสักคนเราคงไม่มานั่งกดหาทีละคลิป ฟีเจอร์การค้นหาช่องต่างๆ จึงเป็นประโยชน์อย่างมาก 6.แจ้งเตือนวีดีโอโอใหม่ๆ เมื่อไหร่ที่มีคนอัปโหลดคลิปวิดีโอลงบน Instagram เราก็จะเห็นแจ้งเตือนนี้ขึ้นเพื่อที่เราจะได้ดูคลิปวิดีโอก่อนใครและอัปเดตเทรนด์ใหม่ๆ ตลอดเวลา 7.วีดีโอที่โพสต์ปรากฎในแถบ Home ฟีเจอร์นี้เหมาะมากกับสาวๆ หนุ่มๆ ที่แอบส่องโปรไฟล์ของใครสักคนที่อยากรับรู้ความเคลื่อนไหวของเขาทุกสถานการณ์ก็มาแอบส่อง แอบสืบได้ที่แถบ

หลุด! Facebook แอบพัฒนา Marketplace ตอกย้ำว่า Influencer Marketing จะยังอยู่!! มีกระแสข่าวหลุดออกมาจากเว็บไซต์ AllFacebook.de ซึ่งเป็นภาพของแพลตฟอร์มใหม่แพลตฟอร์มหนึ่ง ที่ว่ากันว่า Facebook กำลังซุ่มพัฒนาอยู่ โดยแพลตฟอร์มที่ว่า คือ Marketplace หรือแหล่งรวมบรรดา Influencer ที่ Facebook จะเปิดให้แบรนด์สามารถเข้ามาเลือกสรรบรรดา Influencer เหล่านี้ได้ เจอใครถูกใจก็จ้าง โดยภาพของแพลตฟอร์มดังกล่าวนั้น เห็นได้ชัดว่า Marketplace  ที่ว่านี้จะมีส่วนของตัวกรองหรือฟิลเตอร์ สำหรับกรองหา Influencer ที่มีคุณสมบัติต่างๆ ได้ค่อนข้างละเอียดเลยทีเดียว ไม่ว่าจะเป็น เพศ อายุ การศึกษา หรือแม้แต่การเลือกจาก ‘โลเคชั่น’ ไปจนถึงการดูสถิติการ Follow และประเภทของผู้ชมที่เข้ามาปฏิสัมพันธ์กับ Influencer คนนี้ เรียกว่า สามารถเลือกได้ประหนึ่งการช้อปปิ้งกันเลยทีเดียว ดูกันแบบเจาะลึกได้เลยว่า Influencer คนไหนคือผู้ที่แบรนด์ของคุณต้องการ ทั้งนี้ Facebook ได้ระบุว่า แพลตฟอร์มดังกล่าว

การทำวีดีโอบนโซเชียลมีเดีย สถิติเกี่ยวกับการเติบโตของวิดีโอบนโซเชียลมีเดีย หรือ Social video นั้นมีตัวเลขที่สูงขึ้นเรื่อยๆ ในทุกปี เห็นได้จากการที่โซเชียลแพลตฟอร์มต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น Facebook, Instagram, Snap chat หรือ YouTube ได้ หันมาสนใจพัฒนาปรับปรุงฟีเจอร์ต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับวีดีโอคอนเทนต์ ซึ่งนอกจากจะเป็นเครื่องตอกย้ำให้เราได้รู้ว่า Social video จะได้ไปต่ออย่างแน่นอนแล้วนั้น ถ้าเราลองมาทำความเข้าใจแต่ละฟีเจอร์ดู ก็ยังจะได้เห็นทิศทางในอนาคตของวีดีโอบนโซเชียลมีเดียอีกด้วย ว่าจะเป็นไปในรูปแบบไหน และควรจะทำคอนเทนต์ยังไงเพื่อใช้งานฟีเจอร์ต่างๆ ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพที่สุด ลองมาแกะรอยโซเชียลแพลตฟอร์มด้านการถ่ายภาพอันดับหนึ่งอย่าง Instagram ที่ย้อนกลับไปประมาณ 5 ปีที่แล้ว ก็ได้มีการเปิดตัวฟีเจอร์ใหม่ ให้ผู้ใช้สามารถโพสต์วิดีโอสั้นๆ ได้ โดยจำกัดความยาวเอาไว้ที่ 15 วินาที ผ่านมาอีก 3 ปี ในปี 2016 Instagram ก็ได้ขยายความยาวของวีดีโอให้อยู่ที่ 60 วินาที ซึ่งอันที่จริงแล้วเวลา 60 วินาที นั้นไม่ใช่เรื่องใหม่อะไร ผลการสำรวจคลิปที่มีอันดับผู้เข้าชมสูงสุด

Ecosystem  การทำการตลาดในช่วงหลายปีที่ผ่านมา หลายธุรกิจหลายแบรนด์มักจะเอาตัวเองไปผูกติดและให้ความสำคัญอยู่กับ Facebook Page เสียเป็นส่วนใหญ่ ทั้งยังมีหลายแบรนด์ด้วยซ้ำที่ใช้ช่องทางการสื่อสารเป็น Facebook Page แค่เพียงช่องทางเดียว พอมาในปีนี้ที่ทาง Facebook ได้ทำการปรับลด Reach เคลียร์หน้าฟีดของผู้ใช้ให้เหลืออยู่แต่เรื่องราวของเพื่อนๆ เป็นหลัก แล้วก็ผลักให้หลายๆ เพจตกกระป๋องไปตามๆ กัน เชื่อว่าหลายคนก็ย่อมต้องหาหนทางใหม่ๆ เพื่อปรับตัวให้อยู่รอดกันไป คอนเทนต์แบบ Ecosystem คือหนึ่งในวิธีการที่จะช่วยลดผลกระทบจากการปรับ Reach ดังกล่าว ด้วยการพึ่งพาแพลตฟอร์ตที่หลากหลายมากขึ้นในการนำมาใช้เป็นช่องทางทำการตลาด นั่นก็คือการที่คุณควรจะมีทั้ง Facebook Page, Instagram, Youtube Chanel, Twitter, Website โดยไม่ปล่อยให้แพลตฟอร์มอย่างใดอย่างหนึ่งมีอิทธิพลมากจนเกินไป หรือก็คือการกระจายความเสี่ยงออกไปนั่นเอง ซึ่งจะช่วยให้คุณสามารถรับมือกับปัญหาดังกล่าวนี้ได้อย่างยั่งยืน โดยก่อนที่จะไปลุยกับแพลตฟอร์มต่างๆ เรามาดูกันถึงแนวคิดเกี่ยวกับพฤติกรรมการเสพเนื้อหาคอนเทนต์ของผู้บริโภค และวิธีการสื่อสารกับพวกเขาเหล่านั้นกันก่อน เพื่อทำความเข้าใจและสามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ 1.แนวทางในการเผยแพร่คอนเทนต์ : วิ่งเข้าหา VS เตรียมตั้งรับ แนวคิดในการวิ่งเข้าหานั้น ก็คือ การส่งคอนเทนต์ของเราให้เข้าไปอยู่ในสายตาของกลุ่มเป้าหมาย อย่างเช่น หลักของการโฆษณาอย่างที่เราเห็นกันอยู่บ่อยๆ ไม่ว่าจะเป็นในทีวี ในยูทูป

บุพเพสันนิวาสทางช่อง 3 เรียกว่าทำเอาหลายคนตั้งหน้าตั้งตารอให้ถึงวันพุธ-พฤหัส อย่างใจจดใจจ่อ เพื่อรอดูตอนต่อไปของเรื่องราวความรักระหว่างแม่การะเกดกับพี่หมื่น ว่าจะเป็นอย่างไรต่อไป กับละครเรื่อง “บุพเพสันนิวาส” ละครย้อนยุคแนวตลกขบขันที่สร้างแพร่ระบาดพาให้คนติดหนึบกันไปทั่วพระนคร แถมตอนนี้ได้ข่าวว่าโด่งดังไปไกลถึงเมืองจีนกันเลยทีเดียว เพียงแค่วันแรกที่ออกอากาศ (21 กุมภาพันธ์) เท่านั้นก็ปรากฏว่าละครสามารถดันแฮชแท็ก #บุพเพสันนิวาส ให้พุ่งขึ้นมาติดอันดับ 1 ของเทรนด์ในทวิตเตอร์ได้สำเร็จ และหลังจากออกอากาศในวันที่ 2 ก็ได้ลุกลามจนเกิดกระแส #การะเกดร้อยมีม ตามมา โดยได้มีคนนำภาพนางเอก “เบลล่า-ราณี” ในบทร้ายๆ ของ “แม่การะเกด” นำไปสร้างเป็นมีมในโลกโซเชียลมากมาย อาจจะด้วยการพลิกบทบาทมาเป็นนางร้ายในบทของแม่การะเกด ที่เบลล่าตีบทซะชุดใหญ่ ทั้งสีหน้าท่าทางที่มันช่างบันเทิงได้ใจ ทำเอาถูกอกถูกใจคนดูเป็นอย่างมาก บวกกับเสน่ห์ของมุกตลกขบขันยุคใหม่ของเนื้อเรื่อง จึงค่อนข้างจะถูกใจวัยรุ่น และกลุ่มคนรุ่นใหม่ ผลที่ได้ก็คือเรตติ้งของช่อง 3 ใน EP. ล่าสุดที่เพิ่งฉายไปเมื่อวันที่ 15 มีนาคม ที่ผ่านมานั้นพุ่งปิ๊ดทะลุ 22.8 เข้าไปแล้ว แน่นอนว่าปรากฏการณ์บุพเพสันนิวาสทั่วเมืองแบบนี้ย่อมเป็นโอกาสดีที่ทางช่อง 3 เอง จะได้ดันแอปพลิเคชั่น Mello ของตัวเองไปด้วยในตัว เนื่องจาก Mello นั้นจะเปิดให้ผู้ชมสามารถดูละครย้อนหลังได้ก่อนแอปฯ

ทำความรู้จักกับ Hero Hub Hygiene  Hero Hub Hygiene เป็นแนวคิดที่ถูกหยิบยกมากล่าวถึงกันมากในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา โดยเจ้าของแนวคิดที่ว่านี้ก็ไม่ใช่ใครที่ไหน YouTube นั่นเองที่เป็นผู้คิดขึ้นมา แล้วมันคืออะไรกันล่ะ? Hero Hub Hygiene ก็คือ การตีความแยกแยะรูปแบบของ Content Marketing ออกมา ซึ่งในที่นี้ก็มีทั้งหมด 3 รูปแบบ คือ Hero, Hub และ Hygiene แล้วแต่ละแบบเนี่ยมันเป็นอย่างไร จะนำไปประยุกต์ใช้งานอย่างไรได้บ้าง มาดูกันเลย 1.Hero Content เห็นคำว่า “ฮีโร่” ก็น่าจะตีความกันได้ไม่ยากแล้ว คอนเทนต์ในลักษณะที่จะเรียกว่าเป็นฮีโร่ได้นั้น แน่นอนว่าจะต้องมีความโดดเด่น สามารถดึงดูดให้ผู้คนสนใจได้ นอกจากนี้เนื้อหาของคอนเทนต์เองก็จะต้องมีคุณภาพด้วย เปรียบเสมือนแม่ทัพที่แม้จะมีอาวุธที่ดี มีโล่ป้องกันพร้อม แต่ถ้าไม่มีความสามารถในการต่อสู้สุดท้ายก็อาจตกม้าตายได้ ซึ่งก็แน่นอนว่า Hero Content นั้นเป็นคอนเทนต์ที่ต้องทุ่มทุนสร้างกันพอสมควรเลย และด้วยเหตุนี้นี่แหละ มันก็เลยไม่สามารถทำกันได้บ่อยๆ ใครที่คิดจะทำก็คงหวังอยากให้แบรนด์ปังเปรี้ยง ชนิดที่ว่างานเดียวเกิดกันไปเลย เพราะฉะนั้นการทำ Hero Content

Visual content สร้างการเข้าถึงได้มากกว่า text ล้วนจริงหรือ? สำหรับเนื้อหานี้จะเป็นการอ้างอิงมาจากบทความที่มีชื่อว่า Visual content receives 94 percent more views than text-only marketing หรืออาจแปลเป็นไทยได้ว่า Visual content เพิ่มจำนวนผู้เข้าชมได้มากกว่าบทความที่มีแค่ตัวอักษรถึง 94% ซึ่งเนื้อความที่เป็นตัวอักษรจากบทความต้นฉบับนั้นมีไม่เยอะนัก แต่สิ่งที่น่าสนใจก็คือการถ่ายทอดข้อมูลต่างๆ ออกมาเป็นภาพ Infographic ได้อย่างน่าสนใจ และสนับสนุนเนื้อหาที่ตัวบทความต้องการจะสื่อได้ดีมาก บทความที่มีรูปภาพที่เกี่ยวข้องกับเนื้อหาแสดงอยู่ด้วยจะช่วยเพิ่มยอดผู้เข้าชมได้มากถึง 94% จากภาพ Infographic ภาพแรก แสดงให้เห็นถึงคำอธิบายสั้นๆ ง่ายๆ สิ่งนี้แสดงให้เห็นว่า Visual content ที่ดีนั้นเป็นกุญแจสำคัญที่จะนำพาให้การสื่อสารประสบความสำเร็จ ไม่ว่าจะเป็นในโซเชียลมีเดีย, การทำการตลาดผ่านอีเมล์ หรือว่าการสร้างคอนเทนต์ใดๆ ซึ่งแน่นอนว่าการสร้าง Visual content ที่ดีมีคุณภาพได้นั้นไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะองค์กรธุรกิจต่างๆ จำนวน 49% หรือเกือบครึ่งหนึ่งจากทั้งหมดนั้น มีการจ้างพนักงานมาทำงานในด้าน Content marketing แค่เพียงคนเดียวเท่านั้น

ภาพถ่ายสินค้าที่ดี ภาพถ่ายที่ข้อมูลครบถ้วน คือสิ่งที่ดีที่แบรนด์ควรมอบให้กับกลุ่มเป้าหมาย มี Content มากมายที่พูดถึงเรื่องของการ “สร้างภาพลักษณ์” (ไม่ว่าจะเป็นต่อสินค้า ต่อแบรนด์ หรือต่อตัวบุคคล) ทำยังไงให้ดูดี ทำยังไงให้ดูแพง ถึงแม้ว่าวิธีคิดเหล่านี้จะสวนทางกับวลีที่ว่า “อย่าตัดสินอะไรที่ภายนอก” แต่แล้วทำไมเวลาไปสัมภาษณ์งานเราถึงต้องแต่งตัวให้ดูดี มีความน่าเชื่อถือ ทำไมร้านอาหารถึงต้องเอารูปอาหารสวยๆ มาใส่ไว้ในเมนู (แต่ทำออกมาไม่เห็นจะเหมือนในรูปเลย) หรือทำไมแบรนด์เสื้อผ้าจะต้องลงทุนไปมากมายกับภาพถ่ายแฟชั่นเซ็ตเสื้อผ้าทุกๆ คอลเลคชั่น นั่นก็เพราะว่า สิ่งแรกที่คนเราสามารถมองเห็นได้นั้นอยู่ที่ภายนอก มันจึงเป็นการยากที่จะปฏิเสธ ไม่ให้เรื่องภายนอกที่ว่านี้ เข้ามามีผลต่อการตัดสินใจของเรานั่นเอง และแน่นอนว่า ภาพถ่ายสินค้าที่สวยงาม ย่อมจะต้องส่งผลต่อภาพลักษณ์ของสินค้า และต่อแบรนด์ด้วยเช่นกัน ทั้งนี้ ก็เพราะว่าภาพถ่ายนั้นเป็นสิ่งที่สื่อสารได้ง่าย สามารถนำเสนอตัวเองได้อย่างตรงไปตรงมาที่สุด คือเมื่อคนเห็นภาพแล้วก็สามารถเข้าใจได้เลย ไม่ต้องตีความอะไรกันวุ่นวาย แตกต่างจากตัวหนังสือ อีกทั้งยังไม่ต้องใช้เวลาในการดูนานๆ เหมือนอย่างวีดีโอคลิป เพียงแค่ผู้ชมเลื่อนฟีดผ่านๆ แล้วบังเอิญไปเห็นภาพอะไรที่เด่นสะดุดตา ดูน่าสนใจแล้วละก็ สิ่งที่อยู่ในภาพก็จะเข้าสู่ความรับรู้ของผู้ชมได้แทบจะในทันที ภาพถ่ายที่ดีจึงมีความสัมพันธ์กับภาพลักษณ์ที่ดีของแบรนด์อย่างไม่ต้องสงสัย สิ่งที่สำคัญไม่แพ้กัน ก็คือ “ภาพจำ” ความมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ที่ทำให้คนเห็นแล้วรู้ได้เลยว่านี่คือแบรนด์อะไร เป็นสิ่งสำคัญมาก คุณจะต้องใช้ภาพต่างๆ จากข้างต้นนี้ ในการสร้างภาพจำ ให้กับแบรนด์ให้ได้ และอย่าลืมอีกหนึ่งภาพ

การทำวีดีโอบนโซเชียลมีเดีย สถิติเกี่ยวกับการเติบโตของวิดีโอบนโซเชียลมีเดีย หรือ Social video นั้นมีตัวเลขที่สูงขึ้นเรื่อยๆ ในทุกปี เห็นได้จากการที่โซเชียลแพลตฟอร์มต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น Facebook, Instagram, Snapchat หรือ Youtube ได้ หันมาสนใจพัฒนาปรับปรุงฟีเจอร์ต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับวีดีโอคอนเทนต์ ซึ่งนอกจากจะเป็นเครื่องตอกย้ำให้เราได้รู้ว่า Social Video จะได้ไปต่ออย่างแน่นอนแล้วนั้น ถ้าเราลองมาทำความเข้าใจแต่ละฟีเจอร์ดู ก็ยังจะได้เห็นทิศทางในอนาคตของวีดีโอบนโซเชียลมีเดียอีกด้วย ว่าจะเป็นไปในรูปแบบไหน และควรจะทำคอนเทนต์ยังไงเพื่อใช้งานฟีเจอร์ต่างๆ ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพที่สุด ลองมาแกะรอยโซเชียลแพลตฟอร์มด้านการถ่ายภาพอันดับหนึ่งอย่าง Instagram ที่ย้อนกลับไปประมาณ 5 ปีที่แล้ว ก็ได้มีการเปิดตัวฟีเจอร์ใหม่ ให้ผู้ใช้สามารถโพสต์วิดีโอสั้นๆ ได้ โดยจำกัดความยาวเอาไว้ที่ 15 วินาที ผ่านมาอีก 3 ปี ในปี 2016 Instagram ก็ได้ขยายความยาวของวีดีโอให้อยู่ที่ 60 วินาที ซึ่งอันที่จริงแล้วเวลา 60 วินาที นั้นไม่ใช่เรื่องใหม่อะไร ผลการสำรวจคลิปที่มีอันดับผู้เข้าชมสูงสุด 300 อันดับแรกของโลกใน Youtube